เพื่อศักดิ์ศรีมวลมนุษย์

เนลสัน แมนเดลา

ชีวประวัติ

"ผมเชิดชูอุดมคติเรื่องสังคมที่เป็นประชาธิปไตยและมีเสรีภาพ ที่ซึ่งคนทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสมานฉันท์ และได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียมกัน นี่คือสังคมอุดมคติที่ผมปรารถนาจะไปให้ถึง เป็นอุดมคติที่ผมพร้อมจะอุทิศชีวิตให้"

นักรณรงค์เพื่อเสรีภาพและต่อต้านการเหยียดผิวชื่อก้องโลกผู้นี้ เกิดในกระท่อมดินโคลน ณ หมู่บ้านมาเวโซ เมืองทรานส์คีย์ ประเทศแอฟริกาใต้  พ่อของแมนเดลาเป็นถึงหัวหน้าเผ่าเผ่าเทมบู ซึ่งนับเป็นชนชั้นปกครองของแอฟริกาในขณะนั้น ชื่อแรกของเขาคือโรลีห์ลาห์ลา ซึ่งแปลว่า "เจ้าตัวยุ่ง"

ครั้นผู้เป็นพ่อเสียชีวิตแมนเดลาจึงสืบทอดตำแหน่งหัวหน้าเผ่าแทน ด้วยวัยเพียง 7 ขวบ เพราะความที่ยังเยาว์นัก ลุงจึงทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาอย่างใกล้ชิด และส่งเสริมการศึกษาให้อย่างดีที่สุด เนลสัน แมนเดลาจึงเป็นคนแรกในตระกูลที่ได้เข้าเรียนโรงเรียน มิชชั่นนารีของชาวอังกฤษ

แต่สิ่งที่เขาสนใจกว่านั้นกลับเป็นการสนทนาใต้ร่มไม้ของเหล่าผู้เฒ่าชาวเผ่า ซึ่งผลัดกันมาเสวนาถึงประวัติศาสตร์อันหาญกล้าของเหล่านักรบแห่งเผ่าของตน รวมถึงประสบการณ์อันขมขื่นแห่งการถูกเหยียดผิว ข่มเหง และความอยุติธรรมที่คนผิวสีอย่างพวกเขาได้รับ

ทางด้านการศึกษาตามระบบนั้น เนลสัน แมนเดลาได้รับศึกษาจากมหาวิทยาลัยฟอร์ตแฮร์ ทางด้านศิลปศาสตร์ 

แมนเดลาได้เข้าร่วมในสภาผู้แทนนักศึกษา (Students' Representative Council หรือ SRC) เมื่อเรียนจบชั้นปีที่หนึ่ง เขาถูกไล่ออกหลังจากร่วมเดินขบวนต่อต้านนโยบายของมหาวิทยาลัย  แมนเดลาจึงหันเหไปเรียนในระบบทางไกลของมหาวิทยาลัยแห่งแอฟริกา ในวิชากฎหมาย จากนั้นเขาศึกษาต่อทางกฎหมายที่มหาวิทยาลัยวิตวอเตอร์สรันด์ และที่นี่เองเขาได้พบกับเพื่อนร่วมอุดมการณ์มากมาย  เช่น โจ สโลโว, แฮร์รี่ ชวาร์ซ และ รูธ เฟิสต์ ที่ต่อมาได้กลายเป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์ต่อต้านการเหยียดผิว

ขณะที่เนลสันประกอบอาชีพทนายความ เขาก็ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนควบคู่ไปด้วย โดยการเป็นโฆษกพรรคสภาแห่งชาติแอฟริกัน (African National Congress : ANC) ซึ่งกำลังต่อต้านนโยบายแบ่งแยกสีผิวของพรรครัฐบาล National Party อย่างเข้มข้น ด้วยกิจกรรมอันคึกคักที่มีทั้งจัดกิจกรรม ทั้งชุมนุมประท้วง ทำให้พรรคชาตินิยม (National Party) ซึ่งเป็นรัฐบาลในขณะนั้นได้ทำการกวาดล้างอย่างหนัก โดยจับกุมคุมขังผู้ต่อต้านครั้งใหญ่

และแล้วเนลสัน แมนเดลา ก็โดนตัดสินจำคุกตลอดชีวิต  หลังจากโดนคุมขังซ้ำๆหลายต่อหลายครั้งมาแล้วในข้อหายุยงปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบในรัฐ ตลอดเวลาที่แมนเดลาถูกจองจำอยู่นั้น มีแรงกดดันจากนานาชาติมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งฝ่ายรัฐพยายามต่อรองให้เขายุติบทบาททางการเมืองโดยเด็ดขาด แต่ก็ได้รับคำปฏิเสธเสมอมา "ตราบใดที่ประชาชนยังไร้เสรีภาพ ข้าพเจ้าจะไม่ขอรับข้อเสนอใดๆทั้งสิ้น"

ต่อมาเมื่อปี ค.ศ. 1989 แอฟริกาใต้ได้ประธานาธิบดีคนใหม่นามว่า เอฟ.ดับเบิลยู เดอเคลิร์ก  ได้รื้อฟื้นคดีก่อจลาจลเนื่องจากรณรงค์การเหยียดผิว แล้วหลังจากนั้นอีก 1 ปีถัดมา เนลสัน แมนเดลาในวัย 71 ปีก็ถูกปล่อยตัวให้เป็นอิสระ หลังจากถูกจำคุกอยู่ถึง 27 ปี

การเลือกตั้งแบบหลากชนชาติครั้งแรกในแอฟริกาใต้โดยที่พลเมืองทุกคนมีสิทธิเสียงเท่ากัน เกิดขึ้นในวันที่ 27 เมษายน ค.ศ. 1994 พรรคเอเอ็นซีชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียง 62% และแมนเดลาในฐานะผู้นำพรรคเอเอ็นซีได้เข้าพิธีรับตำแหน่งเป็นประธานาธิบดี

และแล้ว  10 พฤษภาคม พ.ศ. 2537 ก็คือวันแห่งประวัติศาสตร์ต้องจารึก เพราะเป็นคนวันชาวแอฟริกาใต้พร้อมเทใจเลือกเนลสัน แมนเดลา ให้เป็นประธานาธิบดีผิวดำคนแรกของประเทศ  อย่างท่วมท้นถึง 22 ล้านเสียง โดยมี เดอ แกลร์ก จากพรรคชาตินิยม และทาโบ อึมแบกี เป็นรองประธานาธิบดีทั้งสองคนในการตั้งรัฐบาลผสมแห่งชาติ

หลังพิธีสาบานตนเพื่อเข้ารับตำแหน่งสูงสุดนี้อย่างเป็นทางการ แมนเดลาไม่รอช้าในการเร่งแก้ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน และนำความสมานฉันท์โดยเลิกการแบ่งแยกผิวสีอย่างเด็ดขาด รวมทั้งการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีความสุขมากขึ้น ความสำเร็จมรรคผลในการบริหารประเทศทำให้แมนเดลาได้รับเลือกเป็นผู้นำประเทศอย่างต่อเนื่อง กระทั่งเขาขอเกษียณตนเองไว้ที่อายุ 80 ปี 

เนลสัน แมนเดลา เสียชีวิตเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม ค.ศ. 2013 ด้วยวัย 95 ปี ที่บ้านของเขาในโจฮันเนสเบิร์ก หลังจากเจ็บป่วยมาเป็นเวลานาน แต่รัฐบุรุษผู้นี้ยังคงอยู่ในหัวใจของชาวแอฟริกันและชาวโลกตราบเท่าทุกวันนี้

นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนท่านนี้ โลกได้มอบรางวัลให้ไม่น้อยกว่า 250 รางวัล ทั้งได้รับการยกย่องให้เป็นบุคคลแห่งปีจากนิตยสารไทม์ และที่เป็นเกียรติประวัติแก่ชีวิตและมนุษยชาติก็คือ รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ประจำปี 1993

เส้นทางชีวิต

ค.ศ. 1915
เกิด ณ หมู่บ้านมาเวโซ  เมืองทรานส์คีย์ ประเทศแอฟริกาใต้

ค.ศ. 1937
จบการศึกษาทางด้านศิลปศาสตร์  จากมหาวิทยาลัยฟอร์ตแฮร์

ค.ศ. 1963
ถูกจำคุกในข้อหายุยงปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบในรัฐ

ค.ศ. 1990
ได้รับการปล่อยตัวในวัย 71 ปีก็ถูกปล่อยตัวให้เป็นอิสระ หลังจากถูกจำคุกอยู่ถึง 27 ปี

ค.ศ. 1994
พรรคเอเอ็นซีที่มีแมนเดลาเป็นผู้นำพรรค ชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียง 62% ประธานาธิบดี เนลสัน แมนเดลา เป็นประธานาธิบดีผิวดำคนแรกของประเทศแอฟริกาใต้ 

ค.ศ. 2004
ประกาศเกษียณ ขณะอายุ 85 ปี

ค.ศ.2013
เสียชีวิต ด้วยวัย 95 ปี ที่บ้านของเขาในโจฮันเนสเบิร์ก

วาทะ

"คนขาวก็ยังเป็นคนขาว  คนดำก็ยังเป็นคนดำ  แต่ทั้งสองฝ่ายไม่ต้องปักหลักยืนอยู่ในจุดตรงกันข้ามกัน แต่ได้หันมามองกันและกัน  ด้วยสายตาที่เห็นถึงความเป็นมนุษย์ในฝ่ายตรงข้าม  อย่างที่ตนไม่เคยมองมาก่อน"

"หากอยากจะรู้ว่า วันนี้ว่าเราเปลี่ยนไปอย่างไร ก็จงลองกลับไปยืนในที่เดิม"

"ไม่ว่าอะไรก็ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ จนกว่าท่านจะลงมือทำ"

ที่เราจะนำมาใช้ในการเปลี่ยนแปลงโลกให้ได้นั้น "การศึกษา" เป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุด

"เสรีภาพจะไม่มีความหมาย  หากในบ้านและท้องถนนยังไร้ซึ่งความปลอดภัย"

"เมื่อท่านพิชิตภูเขาอันยิ่งใหญ่ได้แล้ว ต่อมาท่านก็จะรู้ว่า ยังมีภูเขาอีกที่จะต้องปีนกันต่อไป"

"หากท่านต้องการจะสร้างสันติ ให้ท่านจับมือกับคนที่ท่านคิดว่าเป็นศัตรู แล้วเขาก็จะกลายเป็นหุ้นส่วนในชีวิตของเรา"

"คนกล้าหาญไม่ใช่คนที่ไม่รู้สึกเกรงกลัวอะไรเลย แต่คือคนที่เอาชนะความกลัวได้ต่างหาก"

ความขุ่นเคือง คือการที่คุณดื่มยาพิษ แล้วหวังให้ผู้อื่นตาย

"ความดี" และ "การให้อภัย"  คือหมุดหมายของสังคมแอฟริกาที่แสนงดงาม

ดูเพิ่มเติม

รำลึก"เนลสัน แมนเดลา" มหาบุรุษแห่งแอฟริกาใต้

 

Gentlemen Profile | Nelson Mandela เนลสัน แมนเดลา

 

รายงานพิเศษ รำลึกมหาบุรุษโลก เนลสัน แมนเดลา

 

แหล่งอ้างอิง

เรียบเรียงโดย

ประจวบ ผลิตผลการพิมพ์ 

แบ่งปัน