พลังแห่งจิตปัจจุบัน

แอ็คฮาร์ท โทลลี

ชีวประวัติ

คุรุทางจิตวิญญาณรุ่นใหม่ ชาวเยอรมันที่แปรความป่วยด้วยอาการซึมเศร้า เป็นหนังสือขายดีมียอดขายกว่าสองล้านเล่ม และแปลมากกว่า 33 ภาษา

"เหตุที่คนเราตกอยู่ในห้วงทุกข์ เป็นเพราะมนุษย์เป็นทุกข์ เพราะจมอยู่แต่ในอดีตจนซึมเศร้า หรือมิฉะนั้นก็มัวแต่กังวลกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง จนเป็นโรคหวาดวิตก แท้แล้วชีวิตคือการอยู่กับปัจจุบัน มีสติ มีสมาธิ และมีความสุขกับปัจจุบัน"

แอ็คฮาร์ท โทลลี หรือ Ulrich Leonard Tölle เกิดเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 1948 ณ ประเทศเยอรมนี เมื่อครั้นเป็นหนุ่มเขาต้องทนทุกข์ทรมานด้วยอาการซึมเศร้า ที่นับวันแต่จะทวีมากขึ้น ความมืดหม่นครอบคลุมจิตใจวันแล้ววันเล่า กระทั่งในคืนอันเลวร้ายถึงที่สุด ที่เขารู้สึกอัดแน่นไปด้วยความเกลียดชังโลก และชิงชังตัวเองอย่างที่สุด ความรู้สึก “ทนอยู่กับตัวเองต่อไปไม่ได้อีกแล้ว”ผุดขึ้นมากระทั่งกำลังอยากจะฆ่าตัวตาย

แต่แล้วความคิดหนึ่งก็กลับฉุดรั้งเขาไว้ มันคือคำถามที่จู่ๆก็ผุดขึ้นในใจ ว่าตัวเขาคือใครกันแน่ และกำลังทำอะไรอยู่ ณ ปัจจุบัน ความฟุ้งซ่าน และพลุ่งพล่านเริ่มสงบระงับ จิตอันสงบพุ่งเพ่งแต่ ณ ปัจจุบัน ที่นี่ เดี๋ยวนี้ กระทั่งผ่านความมืดหม่นในคืนนั้น สู่แสงสีทองของวันใหม่ด้วยใจที่ตื่นรู้

หลังจากผ่านค่ำคืนอันหม่นหมองและรันทดท้ออย่างที่สุด เขากลับตั้งสติและตื่นรู้ในยามรุ่งอรุณ จากนั้นคำถามสารพัดเกี่ยวกับสารัตถะของชีวิตได้ผุดขึ้นมาในความคิด เพื่อให้เขาเฝ้าครุ่นคิดค้นคว้าหาคำตอบเป็นเวลาถึง 10 ปี ด้วยจิตที่สงบสุขกับปัจจุบัน กระทั่งบรรลุสัจธรรมและบันทึกเป็นหนังสือชั้นเยี่ยมในปี ค.ศ.1999 ชื่อThe Power of Nowที่ติดอันดับหนังสือขายดีของหนังสือพิมพ์ The New York Times มียอดขายกว่าสองล้านเล่ม และแปลมากกว่า 33 ภาษาทั่วโลก

โทลลี  แบ่งThe Power of Now ออกเป็น 10 บท โดยเริ่มจากการแสดงให้เห็นถึงปัญหาและอุปสรรคที่ขวางกั้นการเข้าถึงความสงบสุขของชีวิต จากนั้นโทลลีจะค่อยๆไล่เรียงเหตุแห่งทุกข์ การยึดมั่นถือมั่น อัตตาตัวตน ความหลงวนเวียนอยู่ในความทุกข์ ปัญหาการติดอยู่ในกรอบแคบๆ และการหลุดพ้นจากอุปสรรคในเรื่องของเวลา การทำความเข้าใจและอยู่กับสภาวะปัจจุบัน (Presence) เรียนรู้จิตจากกายในกาย (Inner Body) อย่างถ่องแท้และตื่นรู้ และมาถึงบทสรุปแห่งการดำรงชีวิตอย่างมีสติลุ่มลึก เข้าอกเข้าใจและมีความสุข

สามารถกล่าวได้ว่า สิ่งที่โทลลีค้นพบและถ่ายทอดนั้น มิใช่แค่เปลี่ยนความคิดที่ติดกรอบเดิมๆ  แต่มันคือการชำระล้างจิตวิญญาณเลยทีเดียว

แม้ว่า The Power of Now เปรียบดังอภิธรรมที่ถูกรสสำหรับคนรุ่นใหม่ แต่พบว่าเกื้อกูลกับหลักปรัชญาทางพุทธศาสนาเป็นอันมาก โดยเฉพาะ การถอนจิตจากความฟุ้งซ่านทั้งหลายและมีสติอยู่ณปัจจุบัน การไม่ยึดมั่นถือมั่น "เรียนรู้ที่จะไม่ยึดเอาความคิดของคุณเป็นตัวคุณ" เพราะแท้จริงแล้ว "ความคิดของคุณมิใช่ตัวคุณ"

ดังเช่นที่พระไพศาล วิสาโล ได้กล่าวว่า "พุทธศาสนามองว่า ตัวตนนั้นไม่มีอยู่จริงตั้งแต่แรก" แต่เป็นสิ่งที่จิตสร้างขึ้นมาเอง ซ้ำยังไปยึดมั่นสำคัญหมายว่าเป็นสิ่งจริงแท้ ความหลงดังกล่าวเป็นรากเหง้าของการไปยึดอะไรต่ออะไรมาเป็น "ตัวกู ของกู" อีกมากมาย ไม่เพียงยึดร่างกายนี้ หรือทรัพย์สมบัติรอบตัวว่าเป็น "ตัวกูของกู" เท่านั้น แม้แต่ความรู้สึกนึกคิดต่าง ๆ ทั้ง ๆ บวกและลบ ก็ยังยึดว่าเป็น "ตัวกู ของกู" ผลก็คือ เมื่อความเครียดเกิดขึ้น ก็สำคัญมั่นหมายว่า "กูเครียด" เมื่อเกิดทุกขเวทนาไม่ว่ากับกายหรือใจ ก็ยึดมั่นสำคัญหมายว่า "กูทุกข์"

รากเหง้าของความทุกข์ทั้งปวงจึงเกิดจากความยึดติดถือมั่นว่าเป็น "ตัวกู ของกู" ต่อเมื่อปล่อยวางจากความยึดติดดังกล่าว จึงจะหลุดพ้นจากความทุกข์ได้ อะไรเล่าที่จะทำให้เกิดการปล่อยวางดังกล่าวได้ คำตอบก็คือ ปัญญาที่แลเห็นความจริงว่า ไม่มีอะไรที่น่ายึดถือ หรือยึดถือว่าเป็นตัวตนได้เลยแม้แต่อย่างเดียว

อุปสรรคสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้ปัญญาดังกล่าวเกิดขึ้นไม่ได้ ก็คือความหลงว่าสิ่งทั้งปวงนั้นอยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของเรา และสามารถใช้มันปรนเปรอสร้างสุขแก่เราได้ทุกเมื่อ แต่เมื่อใดก็ตามที่ตระหนักว่าแท้จริงแล้วไม่มีอะไรที่เราควบคุมได้เลย แถมยังเต็มไปด้วยทุกข์จนไม่น่ายึดถือหรือน่าเอาด้วยซ้ำ จิตก็ปล่อยวางสิ่งทั้งปวงทันที

"ในสมัยพุทธกาล มีภิกษุและภิกษุณีหลายรูปที่หลุดพ้นจากทุกข์ได้เพราะถูกทุกข์บีบคั้นอย่างหนักจนเห็นว่าขันธ์ทั้ง ๕ คือร่างกายและจิตใจนั้นไม่น่ายึดถือแม้แต่น้อย อาทิ พระธรรมาเถรีซึ่งเป็นภิกษุณีวัยชราผู้ทุพพลภาพ เวลาไปบิณฑบาตต้องถือไม้เท้าประคองร่างกายที่สั่นเทา มีคราวหนึ่งท่านเกิดสะดุดล้มลง ร่างกระแทกกับพื้น ได้รับทุกขเวทนาอย่างแรง ชั่วขณะนั้นเองที่ท่านเห็นว่าร่างกายนี้เป็นทุกข์อย่างยิ่ง ความตระหนักชัดว่าร่างกายนี้ไม่น่ายึดถือ ทำให้จิตของท่านปล่อยวางในขันธ์และหลุดพ้นทันที"

"อีกกรณีหนึ่งได้แก่พระสัปปทาสเถระ ท่านมีความทุกข์ใจอย่างมากที่ไม่พบความสงบทั้ง ๆ ที่บวชมาถึง ๒๕ ปี รู้สึกว่าชีวิตของตนไร้คุณค่า ครั้นจะลาสิกขาก็รู้อับอาย จึงตัดสินใจฆ่าตัวตาย ขณะที่ท่านสะบัดมีดโกนปาดคอ เกิดความเจ็บปวดอย่างแรง ท่านก็ได้ประจักษ์ชัดว่าว่า สังขารนั้นเป็นทุกข์ น่าเบื่อหน่าย ไม่น่ายึดถือ จิตก็ปล่อยวางและหลุดพ้น บรรลุเป็นพระอรหันต์ทันที"

"การฉุกคิดระคนฉงนสงสัยที่เกิดขึ้นกับโทลลีว่า 'ตัวฉัน' ที่อมทุกข์นั้น มีจริงแน่หรือ เป็นเชื้ออย่างดีให้ปัญญาญาณสว่างโพลงขึ้นมา จนสามารถสลัดตัวตนที่ปรุงแต่งนั้นทิ้งไปได้"

 

เส้นทางชีวิต

ค.ศ. 1948
กำเนิด ณ ประเทศเยอรมนี

ค.ศ. 1961
ย้ายไปอยู่ประเทศสเปนกับบิดา เริ่มศึกษาวรรณกรรม ดาราศาสตร์ และภาษา

ค.ศ. 1967
ย้ายไปอยู่ประเทศอังกฤษ เพื่อสอนภาษาเยอรมัน และสเปน

ค.ศ. 1999
เขียนหนังสือ The Power of Now

ค.ศ. 2011
ได้รับการบันทึกให้เป็นผู้ที่มีอิทธิพลต่อจิตวิญญาณโลกมากที่สุดคนหนึ่ง โดย The Watkins Review

ค.ศ. 2014
ได้รับรางวัล Nautilus Book Awards

วาทะ

"คนที่เป็นเรา" แท้จริงคือตัว "อัตตา" ที่เข้ามาครอบงำตัวเรา จนเราไม่รู้จัก (หรือลืม) "คนที่เราเป็น"

"มีคำอยู่ห้าคำที่สื่อถึงความลับของศิลปะแห่งการดำรงชีวิต อันเป็นความลับแห่งความสุขและความสำเร็จทุกๆ อย่าง นั่นก็คือ "เป็นหนึ่งเดียวกับชีวิต"

"การเป็นหนึ่งเดียวกับชีวิตคือการเป็นหนึ่งเดียวกับปัจจุบัน กับ เดี๋ยวนี้ การไม่ต่อต้าน ไม่ตัดสิน และไม่ยึดติด คือลักษณะสามประการของชีวิตที่มีอิสระและตื่นรู้อย่างแท้จริง"

ยิ่งคนเรายึดมั่นถือมั่นในบทบาทเฉพาะตัวมากเพียงใด ความสัมพันธ์ต่างๆ ก็ยิ่งจอมปลอมมากขึ้นเท่านั้น

สาเหตุสำคัญของความทุกข์นั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ใดๆเลย แต่คือความคิดของคุณที่เกี่ยวกับสถานการณ์นั้นๆ ต่างหาก

ผู้ไม่พยายามแสดงตัวว่าเกินกว่าที่เขาเป็น แต่แค่เป็นตัวของเขาเองเหล่านี้ จึงมีความโดดเด่นเป็นพิเศษ และมีแต่คนเหล่านี้เท่านั้นที่เป็นผู้สร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้นในโลกนี้อย่างแท้จริง………พวกเขาคือผู้นำมาซึ่งจิตสำนึกใหม่ ไม่ว่าพวกเขาทำอะไรก็มีพลังเพราะเป็นไปในแนวทางที่มีจุดหมายเพื่อส่วนรวม

อ่านเพิ่มเติม

โลกใหม่ (A NEW EARTH) ผู้เขียน ECKHART TOLLE

มาตรี ภูมิ แปล

พลังแห่งจิตปัจจุบัน (The Power of Now) ผู้เขียน ECKHART TOLLE

ดีพัค โชปรา แปล

 

ดูเพิ่มเติม

Eckhart Tolle: Awakening from Self-Talk

 

Meditation: Eckhart Tolle

 

Youtube Channel

เรียบเรียงโดย

ประจวบ ผลิตผลการพิมพ์ 

แบ่งปัน