คุรุขบถ

โอโช

แนวคิด / คำสอน

"ออกมาจากสมองและเข้าไปในหัวใจ คิดให้น้อยลง รู้สึกให้มากขึ้น"

ทอม ร็อบบินส์ นักเขียนชื่อดังชาวอเมริกันยกเขาให้เป็น "บุรุษที่อันตรายที่สุดนับตั้งแต่พระเยซู" ในขณะที่องค์ดาไลลามะกล่าวว่า "โอโช คือครูผู้ตื่นรู้ ผู้ทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยให้มนุษยชาติก้าวข้ามอุปสรรคในการพัฒนาสติ"  ฟังดูไม่น่าเชื่อว่าโอโชสองคนนี้จะเป็นคนเดียวกัน แต่ก็เป็นไปแล้ว

โอโช คือ คนที่มีสวรรค์และนรกอยู่ในตัวเหมือนที่เขาสอนทุกคน และทั้งชีวิตเขาคือความย้อนแยงขัดแย้งที่อยู่ร่วมกันอย่างลงตัว

ทั้งหมดคงมาจากรากฐานความเชื่อของเขา โอโชเชื่อว่าคนเราต้องแสวงหาและรู้จักความสุขทางโลกก่อนจึงจะสามารถเข้าสู่สภาวะตื่นรู้ได้ ดังที่เขาประกาศไว้ว่าหน้าที่ของเขาคือสร้างเหตุปัจจัยสำหรับการเกิดของมนุษยชาติพันธุ์ใหม่ "ซอร์บา เดอะ กรีก กับ พระพุทธเจ้า" หรือบุคคลที่มีความสุขทางโลกแบบซอร์บา เดอะ กรีก และมีความสงบปิติแบบพระพุทธเจ้า และเขาคือตัวอย่างของมนุษยชาติพันธุ์ใหม่ ในขณะที่หนทางแห่งการเจริญสติที่เต็มไปด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของเขาเป็นที่นิยมไปทั่วโลก ตัวเขาเองกลับมีรถรวมทั้งโรลส์รอยซ์ไว้ครอบครองถึง 93 คัน ทำให้เขาเป็นเจ้าของรถมากที่สุดในโลก ไม่นับรวมสินทรัพย์อื่นๆ ที่เขาครอบครองกว่าหลายล้านดอลลาร์ในอเมริกา

โอโชสอนให้คนเป็นขบถที่ตั้งคำถาม สำรวจ ท้าทาย และเป็นอิสระจากระบบความเชื่อที่จำกัดเราไม่ให้เข้าถึงความเพลิดเพลินสูงสุดของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อทางสังคม การเมือง ปรัชญา หรือแม้แต่ศาสนา ในหนังสือของเขาเกือบทุกเล่ม เขาจะแสดงความชื่นชมในตัวพระพุทธเจ้าและพระเยซูรวมทั้งคำสอน แต่จะวิพากษ์สถาบันศาสนาอย่างรุนแรงโดยเฉพาะคริสตจักรและโป๊ป โอโชไม่ยอมรับสถาบันศาสนาเพราะเป็นโครงสร้างอำนาจที่ทำให้คนศรัทธาไม่ลืมหูลืมตาเพื่ออำนาจทางการเมือง

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในโอโชคือการเป็น "นักทดลองการเจริญสติ" เขาใช้ความสุขทางโลกเป็นเครื่องมือในการตื่นรู้ ซึ่งเป็นหนทางที่แตกต่างจากคำสอนของศาสนาส่วนใหญ่ที่มุ่งให้ละความสุขทางโลก เขามักจะเลือกสิ่งที่เป็นปมในใจของคนร่วมสมัยมาทดลองการเจริญสติไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จ ความหมายในชีวิต ความคิดสร้างสรรค์ ความกลัว ความรัก หรือแม้แต่เซ็กส์ เมื่อผนวกกับภาษาและท่าทีของเขาที่เต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่นรวมทั้งผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริงจึงทำให้วิธีเจริญสติของโอโชเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง

"มีสองสิ่งเกิดขึ้นเมื่อถึงจุดสุดยอดของการมีเซ็กส์ หนึ่งคือจิตจะหยุดทำงาน เป็นช่วงเวลาที่เราหยุดคิดจนจิตเราสงบ สองคือเวลาจะหยุดเดิน ช่วงเวลาที่เราถึงจุดสูงสุดคือช่วงเวลาแห่งความปีติที่ได้รับการเติมเต็มเทียบเท่ากับอนันตกาล" นี่คือตัวอย่างการเจริญสติผ่านเซ็กส์ของโอโช

โอโชยังเปิด The Osho Mediatation International Resort หรือรีสอร์ทเจริญสตินานาชาติโอโช ที่เมืองปูเณ่ ประเทศอินเดีย ที่ผนวกการเจริญสติเข้ากับความสุขทางโลกเข้าไว้ด้วยกัน ภายหลังได้พัฒนาให้ถูกจริตนักท่องเที่ยวที่แสวงหาการเติบโตภายในแต่ติดสบาย ไม่ว่าจะเป็นคอร์สโยคะ ยิงธนูแบบเซน เทนนิส จากุชชี่ ไนทไลฟ์ ในแบบฉบับรีสอร์ทห้าดาว กับคอร์สเจริญสติภาวนาที่คิดค้นโดยโอโช อย่าง Multiversity Plus ซึ่งเป็นคอร์สภาวนาบำบัด Work as Mediation ที่ผนวกการเจริญสติเข้ากับการทำงานและชีวิตประจำวัน และ Osho Active Meditation ที่เป็นหนทางการเจริญสติผ่านความโกลาหล

สำหรับโอโช หนทางแห่งการหลุดพ้นเป็นได้ทั้งหนทางแห่งการปล่อยวางและหนทางแห่งความรักอย่างไม่มีเงื่อนไข ทั้งสองวิถีทำให้เราละทิ้งตัวตนสู่อิสรภาพได้ ขึ้นอยู่กับว่าเราถูกจริตกับหนทางไหน

และนี่คือ โอโช คุรุขบถสุดโรแมนติกผู้ผนวกความสุขทางโลกกับความสงบตื่นรู้เข้าไว้ด้วยกัน

ชีวประวัติ

โอโช  เกิดในปี 1931 ที่หมู่บ้านคัชวาดะ รัฐมาดยา ปราเดช ประเทศอินเดีย ครอบครัวของพ่อค้าขายผ้า ตอนเด็กๆ พ่อแม่ปล่อยเขาอยู่กับตายายที่เลี้ยงดูเขาอย่างอิสระเต็มที่ ไม่เคยบังคับแม้แต่เรื่องการเรียนหรือข้อห้ามต่างๆ จนถึงอายุ 7 ขวบ ซึ่งโอโชยอมรับภายหลังว่ามีอิทธิพลกับชีวิตเขามาก และเป็นที่มาของแนวความคิด "Commune" หรือชุมชน ที่ว่าเด็กทุกคนตั้งแต่เกิดไม่ควรได้รับการเลี้ยงดูจากพ่อแม่เพราะพ่อแม่จะสร้างปมในชีวิตให้กับเด็กและใส่ความคาดหวังในตัวเด็กจนทำให้เด็กไม่สามารถค้นพบตัวเอง เด็กๆ ควรถูกเลี้ยงจากสมาชิกในชุมชนเพื่อให้เขาได้เป็นอิสระเต็มที่ หลังจากนั้นเมื่อเขาย่างเข้าอายุ 15 ปี โอโชเริ่มตระหนักถึงความตายหลังเผชิญกับการเสียชีวิตติดต่อกันของตา แฟนในวัยเด็ก และญาติ

โอโชในวัย 19 ปี ได้เข้าเรียนที่วิทยาลัยฮิทคารินี่ เมืองจาบัลเพอร์ ก่อนจะถูกไล่ออกและเข้าศึกษาที่วิทยาลัย ดี.เอ็น.เชน ก่อนจะถูกห้ามไม่ให้เข้าเรียนยกเว้นจะมาสอบ โอโชเป็นนักเรียนหัวกบฏที่มีพรสวรรค์ จนขึ้นชื่อว่าเป็นนักโต้เถียงที่น่ากลัว และเมื่อโอโชอายุได้ 21 ปี เขากล่าวว่าเขาได้ตรัสรู้ขณะนั่งใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งที่สวนแบนวารทัล เมืองจาบัลเพอร์

ปี 1955 โอโชจบปริญญาโทสาขาปรัชญาและได้รับการบรรจุเป็นอาจารย์ที่วิทยาลัยไรเพอร์ สันสกฤต ก่อนจะถูกรองอธิการบดีขอร้องให้เปลี่ยนงานหลังจากที่เขาถูกพิจารณาว่า “เป็นอันตรายต่อนักศึกษาในด้านศีลธรรม ความประพฤติ และศาสนา” จากนั้นเขาไปเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยจาบัลเพอร์ก่อนจะได้รับการเลื่อนขั้นเป็นศาสตราจารย์ และได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมงานว่าเป็นผู้ที่มีความฉลาดเป็นเลิศ

ระหว่างที่เขาสอนหนังสือที่มหาวิทยาลัย เขาเดินทางไปทั่วอินเดียโดยใช้ชื่อว่า "อาจารย์ ราชนีช" เพื่อเลคเชอร์เกี่ยวกับวิกฤตของสังคมนิยม คานธี และสถาบันศาสนา โอโชกล่าวว่าสังคมนิยมมีแต่ทำให้สังคมยากไร้ และคานธีคือคนวิตถารที่นับถือความยากจน อินเดียควรจะเปิดรับวัตถุนิยม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย รวมทั้งการคุมกำเนิด เขาวิพากษ์ศาสนาดั้งเดิมของอินเดียว่าได้ตายไปแล้ว เต็มไปด้วยพิธีการกลวงๆ กดขี่สาวกด้วยความกลัวแห่งบาปและอานิสงส์แห่งบุญ ซึ่งทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในตัวเขา แต่ก็ทำให้ได้สาวกที่ซื่อสัตย์มากมาย รวมทั้งที่เป็นพ่อค้าและนักธุรกิจที่มั่งคั่ง

ปี 1962 โอโชเปิดศูนย์เจริญสติภาวนาในแนวทางของเขาเป็นแห่งแรกซึ่งเป็นที่รู้จักในนาม "กลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อการตื่นรู้ในชีวิต" และในปี 1968 หนึ่งในบทบรรยายของเขาถูกตีพิมพ์ชื่อว่า "จากเซ็กส์ถึงซูเปอร์สติ" ซึ่งเรียกร้องให้เหล่าผู้นำศาสนาฮินดูยอมรับเรื่องเซ็กส์ จนได้รับการขนานนามจากสื่อสิ่งพิมพ์อินเดียว่าเป็น "กูรูเซ็กส์" ในปี 1969 เขาถูกเชิญให้ไปพูดในงานสัมมนาฮินดูโลกครั้งที่ 2 ท่ามกลางความเคลือบแคลงของเหล่าผู้นำฮินดู และได้กล่าวว่า

"ศาสนาใดก็ตามที่สอนว่าชีวิตเป็นสิ่งไร้ความหมาย เต็มไปด้วยความทุกข์ และสอนให้เกลียดชังชีวิต ศาสนานั้นไม่ใช่ศาสนาอย่างแท้จริง ศาสนาคือศิลปะที่แสดงให้เห็นหนทางแห่งการเพลิดเพลินกับชีวิต"

และกล่าวโจมตีเหล่านักบวชว่าเห็นแก่ตัว จนสังกราจารย์แห่งปูริต้องสั่งให้ยุติการบรรยายครั้งนั้น

ปี 1970 โอโชนำเสนอ Dynamic Meditation หรือ การเจริญสติภาวนาแบบพลวัตรเป็นครั้งแรกพร้อมกับจัดตั้งกลุ่มสานุศิษย์ของเขาเป็นครั้งแรกชื่อว่า "นีโอสันยาสิน" ซึ่งแต่งกายเหมือนนักพรตฮินดูแต่วิธีปฏิบัติตนกลับตรงกันข้าม ซึ่งเป็นแนวทางของการเฉลิมฉลองแทนที่จะเป็นแนวทางของความสันโดษ โดยที่ศิษย์ของเขาไม่ต้องเคารพบูชาเขาเพราะเขาถือตัวเองเป็นเพียง "ตัวเร่งปฏิกิริยาการตื่นรู้" หรือเปรียบได้กับดวงอาทิตย์ที่ส่องแสงให้ดอกไม้เบ่งบาน

ปี 1974 โอโชมีปัญหาสุขภาพจากสภาพความชื้นในบอมเบย์ เขาจึงย้ายไปจัดตั้งอาศรมที่สวนคอเรเกน  เมืองปูเณ่ หรือปัจจุบันคือ The Osho International Meditation Resort หรือรีสอร์ทเจริญสติภาวนานานาชาติโอโช ที่นี่มีเครื่องมือสำหรับอัดเสียง วีดีโอ และจัดทำสิ่งพิมพ์เกี่ยวกับคำสอนของเขาจนเผยแพร่ไปทั่วโลก และทำให้ชาวตะวันตกที่เดินทางมาเจริญสติภาวนามีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก สถานเจริญสติภาวนาของโอโชแตกต่างจากที่อื่น เต็มไปด้วยความตื่นเต้น เร้าอารมณ์ รวมทั้งความรุนแรงทางร่างกาย

ปี 1981 ความตึงเครียดในอาศรมปูเณ่ รวมทั้งความขัดแย้งกับทางการอินเดียและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงกิจกรรมที่ไม่เหมาะสมทำให้โอโชตัดสินใจที่จะสร้างชุมชนขึ้นใหม่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อนจะย้ายไปอยู่ที่รัฐโอเรกอนและตั้งชุมชนชื่อว่า "ฟาร์มราชนีช" ท่ามกลางเสียงคัดค้านของคนในท้องที่ สื่อและรัฐบาลอเมริกาจนนำไปสู่การฟ้องคดีความที่ตามมาหลายปี ก่อนที่ "ฟาร์มราชนีช" จะถูกเปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็น "เมืองราชนีชปูราม" ซึ่งทำให้ความขัดแย้งทวีความรุนแรงมากขึ้น โอโชเก็บตัวเงียบระหว่างที่เกิดความวุ่นวาย และมีเพียงวีดีโอปาฐกถาเท่านั้นที่ถูกเผยแพร่สู่สาวก ก่อนจะตกเป็นข่าวอื้อฉาวอีกครั้งเมื่อเขามีรถครอบครองรวมทั้งโรลส์-รอยซ์ถึง 93 คัน ทำให้เขาเป็นเจ้าของรถมากที่สุดในโลก

ปี 1985 โอโชและลูกศิษย์ถูกจับที่สนามบินนอร์ท แคโรไลนา เจ้าหน้าที่ให้การว่าโอโชกำลังจะบินไปที่เบอร์มิวด้าเพื่อหนีคดีความ โดยที่โอโชไม่ให้ความเห็นใดๆ โอโชโดนข้อหาปิดบังเจตนาที่จะอยู่ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นการถาวรและร่วมสมคบคิดกับลูกศิษย์แต่งงานเพื่อเปลี่ยนสัญชาติเป็นคนอเมริกัน เขาได้รับโทษจำคุกเป็นเวลา 10 ปีแต่ให้รอลงอาญาเป็นเวลา 5 ปี ปรับเป็นเงิน 400,000 ดอลลาร์และต้องออกจากประเทศสหรัฐอเมริกาและห้ามเดินทางกลับมาอีกเป็นเวลาอย่างต่ำ 5 ปี โดยต้องได้รับอนุญาตจากสถานกงสุลอเมริกา

โอโชกลับสู่อินเดียและได้รับการต้อนรับเสมือนเป็นฮีโร่จากลูกศิษย์ของเขา เขาประณามสหรัฐอเมริกา และเรียกร้องให้ทั่วโลก "ทำให้อสุรกายอเมริกาสงบ หรือไม่อเมริกาจะเป็นจุดจบของโลก"  เขาย้ายไปอยู่ที่เมืองกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล และเกาะครีต ประเทศกรีซตามลำดับก่อนที่จะถูกหน่วยข่าวกรองของประเทศกรีซจับกุม เขาบินไปที่สวิตเซอร์แลนด์  สวีเดน อังกฤษ แคนนาดา ไอร์แลนด์ แต่ไม่มีที่ไหนให้เขาเข้าประเทศและต้องกลับอินเดียอีกครั้งในปี 1986

ปี 1987 โอโชกลับสู่อาศรมปูเณ่และแสดงปาฐกถาเป็นประจำทุกเย็น และได้คิดค้น "Meditation Therapy" หรือ การเจริญสติแบบบำบัด สุขภาพเขาย่ำแย่ลงในระยะหลังโดยที่เขาเผยว่าสาเหตุเป็นเพราะถูกเจ้าหน้าที่สหรัฐอเมริกาวางยาในขณะที่เขาถูกคุมตัว จากนั้นตั้งแต่ต้นปี 1988 จนถึงระยะสุดท้ายของชีวิต โอโชแสดงปาฐกถาเรื่อง "เซน" เท่านั้น

ปี 1989 เขาเปลี่ยนชื่อเรียกตัวเองจาก "โอโช ราชนีช" เป็น "โอโช" และได้แสดงปาฐกถาเป็นครั้งสุดท้าย

โอโช เสียชีวิตเมื่อวันที่ 19 มกราคม ค.ศ. 1990 อายุได้ 58 ปี

เส้นทางชีวิต

ค.ศ. 1931
เกิดที่หมู่บ้านคัชวาดะ รัฐมาดยา ปราเดช ประเทศอินเดีย

ค.ศ. 1951
เข้าเรียนที่วิทยาลัยฮิทคารินี่ เมืองจาบัลเพอร์ ก่อนจะถูกไล่ออกและเข้าศึกษาที่วิทยาลัย ดี.เอ็น.เชน ก่อนจะถูกห้ามไม่ให้เข้าเรียนยกเว้นจะมาสอบ

ค.ศ. 1953
โอโชกล่าวว่าเขาได้ตรัสรู้ขณะนั่งใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งที่สวนแบนวารทัล เมืองจาบัลเพอร์

ค.ศ. 1957
จบปริญญาโทสาขาปรัชญาและได้รับการบรรจุเป็นอาจารย์ที่วิทยาลัยไรเพอร์ สันสกฤต

ค.ศ. 1960
เดินทางบรรยายทั่วประเทศเกี่ยวกับวิกฤตของสังคมนิยม คานธี และสถาบันศาสนา

ค.ศ. 1962
เปิดศูนย์เจริญสติภาวนาในแนวทางของโอโชเป็นแห่งแรกชื่อว่า The Life Awakening Movement หรือกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อการตื่นรู้ในชีวิต

ค.ศ. 1968
ได้รับการขนานนามจากสื่อสิ่งพิมพ์อินเดียว่าเป็น "กูรูเซ็กส์"

ค.ศ. 1969
กล่าวโจมตีศาสนาฮินดูในงานสัมมนาฮินดูโลกครั้งที่ 2

ค.ศ. 1970
นำเสนอ Dynamic Meditation หรือการเจริญสติภาวนาแบบพลวัตรเป็นครั้งแรก และจัดตั้งกลุ่มสานุศิษย์ของเป็นครั้งแรกชื่อว่า "นีโอสันยาสิน"

ค.ศ. 1974
จัดตั้งอาศรมที่เมืองปูเณ่ หรือปัจจุบันคือ The Osho International Meditation Resort หรือรีสอร์ทเจริญสติภาวนานานาชาติโอโช

ค.ศ. 1981
จัดตั้งชุมชนในรัฐโอเรกอน สหรัฐอเมริกา ชื่อว่า "ฟาร์มราชนีช" ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น "เมืองราชนีชปูราม" สร้างความขัดแย้งกับคนในท้องที่

ค.ศ. 1985
โอโชและลูกศิษย์ถูกจับที่สนามบินนอร์ท แคโรไลนา และถูกให้ออกจากประเทศสหรัฐอเมริกา

ค.ศ. 1985
กลับสู่อินเดียและประณามอเมริกา ก่อนจะถูกหลายประเทศห้ามไม่ให้เข้าประเทศ

ค.ศ. 1987
กลับสู่อาศรมปูเณ่ และคิดค้น "Meditation Therapy" หรือ การบำบัดแบบเจริญสติ

ค.ศ. 1989
เปลี่ยนชื่อเรียกตัวเองจาก "โอโช ราชนีช" เป็น "โอโช"

ค.ศ. 1990
เสียชีวิตเมื่อวันที่  19 มกราคม วัย 58 ปี ด้วยสาเหตุหัวใจล้มเหลว

วาทะ

อย่าพยายามเป็น จงเป็น

ชีวิตเริ่มต้นก็เมื่อท่านเลิกกลัว

ไม่มีใครเขาจะช่วยทำตามฝันของคุณ
แต่ละคนก็มีความฝันของเขา มีโชคชะตาของเขา มีความจริงของเขา

ยุ่งกับสมองให้น้อยลง และอยู่กับหัวใจให้มากขึ้น
คิดให้น้อย และรู้สึกให้มาก

อ่านเพิ่มเติม

เซน หนทางอันย้อนแย้ง
Zen : The Path Of Paradox

ดร. ประพนธ์ ผาสุขยืด แปล

เบิกบานยินดี (Joy)

ภัทรินี เจริญจินดา แปล

คุรุวิพากย์คุรุ

โตมร ศุขปรีชา แปล
  • Intuition : Knowing Beyond Logic
  • Fear: Understanding and Accepting the Insecurities of Life
  • Love, Freedom, Aloneness : The koan of relationships
  • Being in love: how to love with awareness and relate without fear
  • The book of women: Celebrating the female spirit
  • Meetings with Remarkable People

ดูเพิ่มเติม

OSHO: Mind Is Always Afraid

 

OSHO: I Have Been Keeping a Secret My Whole Life

 

OSHO: I Live Spontaneously

เรียบเรียงโดย

ยอดรักเขียน

แบ่งปัน