ไม่มีตัวเรา

ดุดจม รินโปเช

คำสอน

"เราทั้งหลายยังล้วนเหมือนกันในธรรมชาติอันสูงสุด นั่นคือเราล้วนไม่ได้ดำรงอยู่โดยจริงแท้"

สติ

"หากเธอสามารถรักษาความต่อเนื่องแห่งสติไว้ได้โดยตลอด ในทุกภาวะ ไม่ว่าเธอกำลังกิน นอน เดิน นั่ง ในการทำสมาธิ หรือหลังการทำสมาธิ ดังเช่นนี้แหละ ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว"

ความคิด

"ถ้าเธอไม่ตระหนักเห็นความคิดในทันทีที่มันเกิดขึ้น มันย่อมจะยืดยาวออกไป นี่เรียกว่า ‘ห่วงโซ่แห่งความหลง’ คือเหตุแห่งสังสาร เพียงการตระหนักเห็นในขณะที่มันเกิดขึ้นจะหยุดการไหลเนื่องของมัน จงละวางความคิดทั้งหลายไว้ในการตระหนักรู้นี้"

โพธิจิต

"สรรพสัตว์ทั้งหลายก็เป็นเช่นเดียวกับเราที่ล้วนต้องการความสุข เราทั้งหลายก็ล้วนเหมือนกันในการไม่ปรารถนาความทุกข์ และเราทั้งหลายยังล้วนเหมือนกันในธรรมชาติอันสูงสุด นั่นคือเราล้วนไม่ได้ดำรงอยู่โดยจริงแท้ นอกจากนี้ เพราะว่าตัวฉันมีเพียงหนึ่ง ในขณะที่สัตว์อื่นๆ มีอยู่อย่างมากมายมหาศาล ไม่ใช่มีแต่พวกเราเท่านั้นที่เสมอเท่าเทียมกัน แต่สัตว์ทั้งหลายก็มีความสำคัญยิ่งด้วย

ด้วยเหตุนี้เอง ความปรารถนาที่จะนำพาสรรพสัตว์ทั้งหลายลุถึงพุทธภาวะนี้ ไม่ได้ถูกปล่อยให้เป็นเพียงแค่มโนคติทางปัญญา ทว่าจำต้องเป็นสิ่งที่นำไปใช้อย่างชัดเจนกับจิตใจของเธอเอง ในการที่จะพัฒนาสิ่งนี้ เธอต้องหยุดความคิดเห็นว่าตัวเธอเองนั้นสำคัญ แต่จงพิจารณาสรรพสัตว์ทั้งหลายแม้เพียงแค่หนึ่งเดียวว่าสำคัญสูงสุด

ดังนี้เอง เธอควรจะตั้งใจอย่างยิ่งในการอุทิศตนเองอย่างที่สุดเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น ทั้งในความคิดและการกระทำทั้งหลายของเธอ กระทำหน้าที่อย่างเป็นสุขเบิกบานแม้มีอุปสรรคอันยากลำบากต่างๆ เพื่อประโยชน์ของพวกเขาเหล่านั้น หากเธอรู้ว่ามันจะทำให้พวกเขามีความสุขได้ ด้วยการคิดถึงความสุขสบายของผู้อื่น ไม่ว่าในขณะที่เธอกำลังเคลื่อนไหว เดิน เอนนอน หรือกำลังนั่ง เธอก็จะกำลังฝึกฝนในการสั่งสมบุญกุศลและปัญญาในสัดส่วนอันมากมายมหาศาล นี่แหละคือการตั้งใจในการกระทำให้โพธิจิตเจริญเติบโตขึ้น"

ขณะแห่งความตาย

"กล่าวโดยสรุป จงให้จิตของเธอเป็นผู้รู้ผู้สังเกต จงทำให้ชีวิตและการปฏิบัติเป็นหนึ่งเดียวกัน และในห้วงเวลาแห่งความตาย จงอย่าได้มีความคิดใดๆ ค้างคา อย่าได้อับอายอดสูในตัวเธอเอง นี่คือแก่นคำสอนของการปฏิบัติทั้งหลาย ในที่สุด เมื่อเวลาแห่งความตายมาเยือน จงปล่อยวางทรัพย์สมบัติใดๆ ที่เธอครอบครองให้หมดสิ้น อย่าได้ยึดมั่นแม้แต่เข็มเพียงเล่มเดียว อนึ่ง ณ ขณะแห่งความตาย ผู้ปฏิบัติที่ฝึกฝนได้ระดับสูงสุดจะมีความปิติเบิกบาน ผู้ปฏิบัติที่ฝึกฝนได้ระดับกลางจะปราศจากความกังวล ส่วนผู้ปฏิบัติที่ฝึกฝนได้ระดับต่ำสุดก็ยังไร้ซึ่งความโศกเศร้าใดๆ"

สิ่งควรกระทำ

ไม่มีทางที่จะวัดขนาดสังสารวัฏ
ไม่มีทางที่จะรู้ชัดว่าชีวิตสิ้นสุดเมื่อใด
ไม่มีทางที่จะบอกได้ว่าจุดไหนที่ความเบิกบานหรือความเศร้าโศกนั้นเริ่มต้น
ไม่มีทางที่จะยกเลิกกฎแห่งผลกรรม
ตอนนี้เธอมีชีวิตอยู่ในร่างกาย ก็ตอนนี้เธอทำอะไรอยู่
กระจกเงาแห่งอดีตและอนาคตของเธอคู่นี้ แสดงให้เธอเห็นว่าเหตุใดจึงควรกระทำประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น และรักษาจิตใจของเธอสู่การกอปรบุญกุศล

ชีวประวัติ

ในบรรดาคุรุชาวทิเบต แห่งยุคร่วมสมัย ดุดจม รินโปเช เป็น คุรุที่ได้รับการเคารพจากคุรุทิเบตทั้งหลาย ว่าทรงไว้ซึ่งความรู้อันกว้างขวางและการปฏิบัติอันลึกซึ้ง รวมไปถึงความศักดิ์สิทธิ์อันแท้จริง ท่านเป็นผู้ครองคำสอนฝ่ายญิงมาไว้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ จนเรียกขานว่าท่านเป็นราชาแห่งโยคีทั้งปวง

ดุดจม จิคดราล เยเซ ดอร์เจ เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1904 ใน เปมาเกอ (Pemakö) ทางตะวันออกเฉียงใต้ของทิเบต  ครอบครัวของท่านมีเชื้อสายจากกษัตริย์ราชวงศ์ยาลุง บิดาของท่าน คือ กาถก ตุลกู นอร์บู เท็นซิง (Kathok Tulku Norbu Tenzing) เป็นตุลกุ (ผู้กลับชาติมาเกิด) คนสำคัญของเปมาเกอ ส่วนมารดาของท่าน นัมเกียล ดรอลมา (Namgyal Drolma) ก็สืบเชื้อสายมาจาก รัตน ลิงปะ พระอาจารย์รูปสำคัญในคริสต์ศตวรรษที่ 15

ท่านเป็นตุลกุของ ดุดจม ลิงปะ (Dudjom Lingpa : 1835–1904) โยคีรูปสำคัญของทิเบต ซึ่งได้ให้คำพยากรณ์การเกิดใหม่ของท่านไว้แก่ศิษย์ แต่ที่แปลกพิเศษกว่าการเกิดใหม่ในกรณีอื่นๆ ของลามะชั้นสูงในทิเบตก็คือ ดุดจม ลิงปะ พยากรณ์ถึงการเกิดใหม่ที่เกิดขึ้นแล้วของตัวท่านเอง ในขณะที่ตัวท่านยังมีชีวิตอยู่! ท่านกล่าวว่า "ในยุคอันเสื่อมถอยนี้ จงไปยังเปมาเกอ ผู้ที่ศรัทธาในตัวอาตมา จงไปสู่ทิศนั้น! ก่อนที่พวกหนุ่มๆ จะไปถึง อาตมาผู้แก่เฒ่าก็อยู่ที่นั่นแล้ว" เมื่อได้รับคำพยากรณ์ดังนี้ ศิษย์ของท่านจึงออกตามหามายัง เปมาเกอ และเพียงหลังคณะตามหาตุลกุออกเดินทางไม่นาน ก็ได้ข่าวว่า ดุดจม ลิงปะ มรณภาพแล้ว

เมื่อตอนเริ่มพูด ท่านพูดในภาษาโก-ลก ซึ่งเป็นภาษาที่ ดุดจม ลิงปะ ใช้พูด ท่านเอ่ยชื่อบุคคลต่างๆได้อย่างถูกต้อง และยิ่งไปกว่านั้นท่านพูดว่า "ฉันคือดุดจม ลิงปะ!" วันหนึ่ง จิคดราล เยเซ ดอร์เจ ในวัย 3 ขวบ บอกกับบิดามารดาของท่านว่า "เร็ววันนี้จะมีแขกสำคัญมาที่บ้าน ขอได้โปรดจัดเตรียมห้องและการต้อนรับ" แต่บิดามารดาของท่านคิดว่าท่านพูดออกมาด้วยความเป็นเด็ก ทว่าวันต่อมา เด็กชายก็ยังย้ำให้เตรียมรับแขกเช่นเดิมอีก จนบิดามารดาคิดว่า น่าจะเป็นเพราะท่านไม่ใช่เด็กธรรมดาทั่วไป จึงจัดเตรียมห้องและสิ่งของต่างๆ ไม่นานนัก ในเวลาราวบ่ายสามโมง เมื่อท่านมองเห็นคณะลามะกำลังมาใกล้บ้าน เด็กชายวิ่งออกไปหาพวกเขาแล้วทักทายเป็นภาษาโก-ลก ว่า "เป็นอย่างไรบ้าง สบายดีไหม ใช้เวลานานมากเลยนะกว่าพวกเธอจะมาถึงที่นี่" คณะตามหาตุลกุถึงกับตะลึงงัน ในขณะเดียวกัน ความสับสนสงสัยใดๆ ระหว่างการออกตามหาพลันหายไปสิ้น เด็กชาย จิคดราล เยเซ ดอร์เจ สามารถจดจำอดีตชาติของท่านได้อย่างชัดเจน

ในวัยเยาว์ท่านได้ศึกษากับ เคนโป อาเต็น ที่ เปมาเกอ ทั้งคัมภีร์และอรรถาธิบายต่างๆ ท่านมีสติปัญญาอันดีเลิศ ไม่ว่าสิ่งใดที่ท่านเรียน ท่านสามารถทำความเข้าใจได้อย่างดี เพียงเมื่อ 8 ขวบ ท่านก็สามารถเรียนคัมภีร์ โพธิจรรยาวตาร ได้ ในชีวิตของท่าน ท่านได้รับนิมิตหลายครั้ง และได้รับการถ่ายทอดธรรมะผ่านนิมิตอันวิเศษหลายครั้ง ในวัยเยาว์ ท่านได้รับการถ่ายทอดธรรมจาก คุรุรินโปเช และ ฑากินี เยเซ โซเกียล และพระมัญชุศรีโพธิสัตว์ในรูปของบุคคล เมื่อ 6 ขวบ ท่านได้รับธรรมสมบัติเป็นครั้งแรก (เตอร์ – ธรรมสมบัติที่ถูกซ่อนไว้โดยคุรุรินโปเช ผู้สถาปนาศาสนาพุทธในทิเบต อาจเป็นวัตถุหรือสัญลักษณ์ที่เห็นหรือได้ยิน และรอให้ศิษย์ตามสายธรรมมาค้นพบ สิ่งนี้เป็นลักษณะพิเศษเฉพาะของนิกายญิงมาในทิเบต) เมื่ออายุ 13 คุรุรินโปเช ปรากฏแก่ท่านและมอบคำสอน ซกเฉ็น แก่ท่าน ซึ่งท่านได้เก็บรักษาไว้โดยไม่เปิดเผยจนอายุ 21 ปี นกจากนี้ยังมีนิมิตจากมหาสิทธาในอดีต รวมทั้งเทวะต่างๆ มาปรากฏและมอบคำสอนให้แก่ท่านอีกหลายครั้ง

ต่อมา ท่านเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยสงฆ์สำคัญๆในทิเบตกลาง เช่น มินโดรลลิง, ดอร์เจดรัก, ตาร์เจ ติงโปลิง, และในทิเบตตะวันออก เช่น กาถก และ ซกเฉ็น  ท่านยังได้ศึกษากับพระอาจารย์รูปสำคัญอีกหลายรูป ทั้งในทางพระสูตร และตันตระ โดยเฉพาะคำสอนสำคัญทั้งหลายในสายนิกายญิงมาทั้งหมด ทำให้ท่านมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ท่านเขียนหนังสือมากมายเกี่ยวกับ พุทธศาสนา ปรัชญา ประวัติศาสตร์ การแพทย์ โหราศาสตร์ทิเบต หนังสือ  The Nyingma School of Tibetan Buddhism: Its Fundamentals and History ถือเป็นหนังสือเล่มสำคัญในประวัติศาสตร์ของพุทธศาสนาฝ่ายทิเบต อาจกล่าวได้ว่าท่านเป็นทั้งนักวิชาการผู้รอบรู้ และเป็นทั้งโยคีผู้ศักดิ์สิทธิ์ เป็นผู้เปิดเผยธรรมสมบัติคนสำคัญแห่งยุค อีกทั้งผู้คนยังถือกันว่า  ท่านเป็นนิรมาณกายของคุรุรินโปเชในยุคปัจจุบัน  ลามะรูปสำคัญๆ แห่งทิเบตต่างได้รับการถ่ายทอดธรรมะจากท่าน และมักส่งศิษย์ของตนมาพบท่าน  เพราะถือว่าท่านเป็นผู้มีพลังแห่งการอำนวยพรที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

ท่านเดินทางสู่อินเดียในปี 1958 และไปยังเนปาลในปี 1975 ท่านเล็งเห็นว่าวัฒนธรรมทิเบตกำลังตกอยู่ในความยากลำบาก ท่านจึงได้ส่งเสริมใช้ชุมชนผู้ลี้ภัยชาวทิเบตกลับมาสนใจและอนุรักษ์วัฒนธรรมของตน ท่านก่อตั้งชุมชนการปฏิบัติธรรมหลายแห่งทั้งในอินเดียและเนปาล อีกทั้งท่านยังได้รับการเลือกให้ดำรงตำแหน่งผู้นำแห่งนิกายญิงมา โดยองค์ทะไลลามะและรัฐบาลพลัดถิ่นทิเบตเป็นผู้ร้องขอ นับเป็นตำแหน่งที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในนิกายนี้ ในช่วงปลายชีวิตท่านประจวบกับสุขภาพที่ไม่ค่อยดีดังก่อน ท่านจึงได้เดินทางไปพำนักและเผยแผ่ธรรมะและคำสอนสู่ยุโรปและสหรัฐอเมริกา เกิดเป็นการก่อตั้งสถานปฏิบัติธรรมหลายแห่งในตะวันตก

กิจวัตรประจำวันของท่านคือตื่นในตอนเช้ามืดเพื่อฝึกปฏิบัติ ในตอนเช้าท่านจะสวดมนต์ให้แก่ผู้ที่เป็นศิษย์และศรัทธาในท่าน ในเวลาเย็นท่านจะสวดถึงผู้ที่ล่วงลับ ท่านจะสวดมนต์ให้แก่ผู้ที่ได้พบท่าน ได้เห็นท่าน ได้ติดต่อท่าน หรือแม้แต่ผู้ที่คิดถึงท่าน ให้พวกเขาปลอดพ้นจากความทุกข์

ผู้ที่เคยพบท่านแม้สักครั้งหนึ่งจะไม่มีวันลืมความเมตตา ความอบอุ่น ความเรียบง่าย ความมีชีวิตชีวา และอารมณ์ขันของท่าน ในขณะเดียวกันก็รู้สึกเคารพยำเกรงในปัญญาและความรู้อันลึกซึ้งกว้างใหญ่ของท่าน

ท่านมรณภาพ ในวันที่ 17 มกราคม ค.ศ.1987 ร่างของท่านถูกบรรจุไว้ในสถูป ณ อารามของท่านในเนปาล

ปัจจุบัน ท่านเกิดใหม่ในทิเบต  เป็น ดุดจม ซังเย เปมา เชปา รินโปเช และในภูฏาน เป็น ดุดจม เท็นซิน เยเซ ดอร์เจ เพื่อเผยแผ่พระธรรมและทำกิจแห่งโพธิสัตว์ในการรับใช้สรรพสัตว์ต่อไป

เส้นทางชีวิต

ค.ศ. 1904

  • ดุดจม ลิงปะ พยากรณ์ตุลกุของตัวท่าน คณะศิษย์ออกเดินทางตามหา
  • จิคดราล เยเซ ดอร์เจ เกิด
  • อายุ 3 ปี – ถูกค้นพบโดยคณะศิษย์
  • อายุ 6 ปี – ได้รับ ธรรมสมบัติ ครั้งแรก
  • อายุ 13 ปี – ได้รับคำสอนซกเฉ็น
  • ในวัยหนุ่ม – เข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยสงฆ์หลายแห่งในทิเบตกลาง ได้รับการถ่ายทอดธรรมจากสายการปฏิบัติทั้งหมดแห่งนิกายญิงมา

ค.ศ. 1958
ลี้ภัยสู่อินเดีย

ค.ศ. 1972
เดินทางเผยแผ่ธรรมะไปในหลายประเทศ ทั้งในเอเชีย ยุโรป อเมริกา

ค.ศ. 1975
ก่อตั้งอารามหลักในเนปาล

ค.ศ. 1987
มรณภาพ

ค.ศ. 1990
เกิดใหม่เป็น เป็น ดุดจม ซังเย เปมา เชปา รินโปเช และ ดุดจม เท็นซิน เยเซ ดอร์เจ

วาทะ

มองที่ข้อความนี้ ทีนี้ก็มองที่ผู้ที่มองมัน ถ้าท่านเห็นแล้ว ก็นับว่าใช้ได้เลยทีเดียว

ประสบการณ์ทางจิตวิญญาณก็คือเมฆหมอก พวกมันจะจางหายไป

อ่านเพิ่มเติม

  • Light of fearless indestructible wisdom: the life and legacy of His Holiness Dudjom Rinpoche / Khenpo Tsewang Dongyal Rinpoche (Snow Lion Publications)
  • The Nyingma School of Tibetan Buddhism: Its Fundamentals and History / Dudjom Rinpoche (Simon and Schuster)
  • Wisdom Nectar: Dudjom Rinpoche's Heart Advice / Dudjom Rinpoche (Snow Lion Publications)

ดูเพิ่มเติม

H H Dudjom Rinpoche

 

HH Dudjom Rinpoche

 

hh dudjom rinpoche 1960 

 

แหล่งอ้างอิง

เรียบเรียงโดย

ศุภโชค ชุมสาย ณ อยุธยา

แบ่งปัน