จิตวิญญาณอินเดียนแดง

แบล็ค เอลค์

คำสอน

“สันติภาพแห่งโลกจักไม่บังเกิด หากยังไม่มีสันติภาพที่แท้จริงในหัวใจมนุษย์”

ฤดูร้อน ปี ค.ศ.1930 จอห์น จี. ไนฮาร์ท (John G. Neihardt) นักเขียนและกวี ทำวิจัยเรื่อง มุมมองของคนอินเดียนแดงต่อการเคลื่อนไหวผ่านการเริงระบำจิตวิญญาณ เพื่อจะเขียนงานวิจัยดังกล่าว จอห์นจึงเดินทางไปพบชายผู้ศักดิ์สิทธิแห่งโอกลาลา นามว่า แบล๊ค เอลค์ โดยความตั้งใจแรกของเขาก็การสัมภาษณ์ พูดคุยกับใครสักคนที่สามารถเข้าใจและเคยมีประสบการณ์ร่วมกับการเริงระบำจิตวิญญาณได้ หากแต่การพบกันของทั้งคู่ กลับกลายเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า เมื่อประวัติและคำบอกเล่า รวมถึงถ้อยคำความรู้สึกของแบล๊ค เอลค์ ที่รอดพ้นจากการสังหารหมู่ชาวอินเดียนแดงวูนเด็ดนี ในปี 1890 ขณะเขา 13 ขวบ ได้รับการเปิดเผยสู่สาธารณชนเป็นครั้งแรก

เรื่องราวของแบล๊ค เอลค์ได้สร้างแรงบันดาลใจให้ใครหลานต่อหลายคน หันกลับมาสนใจจิตวิญญาณดั้งเดิมของชนชาวพื้นเมือง นำมาซึ่งหนังสือที่มียอดขายดีติดอันดับต้น ๆ ของสหรัฐอเมริกา Black Elk Speaks: Being the Life Story of a Holy Man of the Oglala Sioux หรือ แบล๊ค เอลค์พูด : จิตวิญญาณเดียนแดง จากปากคำของบุคคลศักดิ์สิทธิแห่งเผ่าซู ซึ่งเขียนโดย จอห์น จี. ไนฮาร์ท และได้รับการแปลเป็นภาษาไทยโดย พจนา จันทร์สันติ อัตชีวประวัติที่อธิบายวิถีชีวิต มุมมอง ความคิดของแบล๊ค เอลค์ ในฐานะผู้ศักดิ์สิทธิ นักเทศน์ นักพรต และนักพยากรณ์ ของอินเดียนแดงเผ่าซู ซึ่งเป็นหนึ่งในเผ่าที่ใหญ่ที่สุดของอินเดียนแดง ผ่านเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ทั้งความเชื่อ ปรัชญา ภูมิปัญญา รวมถึงเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ ชวนให้เป็นอนุสติต่อคนรุ่นหลังเพื่อระลึกถึงความรุนแรงในอดีต

แบล็ค เอลค์ มีมุมมองต่อโลกและธรรมชาติที่ลึกซึ้ง ดังความบางตอนจากหนังสือ

 “ครั้งหนึ่ง เราเคยเป็นสุขอยู่ในดินแดนของเราและแทบไม่เคยรู้จักความหิวโหยอดอยากในครั้งนั้น ทั้งมนุษย์และสัตว์สี่เท้าต่างอาศัยอยู่ร่วมกันดังญาติพี่น้องและมีอาหารมากมายทั้งสำหรับสัตว์และมนุษย์แต่แล้วพวกวาซีซูกลับบุกรุกเข้ามากำหนดเขตในเราอาศัยอยู่ดุจดังเกาะเล็กๆ และกำหนดเกาะเล็กๆ อื่นๆ ให้สัตว์สี่เท้าอยู่อาศัยและเกาะเหล่านี้ก็หดเล็กเข้าทุกที ด้วยรอบๆ เกาะแก่งเหล่านี้หลากล้นรุนแรงด้วยคลื่นมนุษย์วาซีซูทั้งสกปรกแปดเปื้อนด้วยความโลภและ ความโกหกมดเท็จ”

นอกจากนี้แบล๊ค เอลค์ ยังมีบทบาทสำคัญใน "ขบวนการเมสซีอาร์" ซึ่งเกิดขึ้นจากความต้องการที่จะปลดปล่อยชาวอินเดียนแดงให้พ้นจากความเป็นทาสของคนขาว และจบลงด้วยการสังหารหมู่ชาวอินเดียนแดงพื้นเมือง ที่วูนเด็ด นี มลรัฐเซาท์ ดาโกตา เมื่อเดือน ธันวาคม ปี 1890 "แบล็ค เอลค์" กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังอันยิ่งใหญ่ ที่ช่วยเปิดมุมมองทางประวัติศาสตร์และความรู้สึกของชาวอินเดียนแดง และชนเผ่าซู ให้โลกได้รับรู้อย่างชัดเจน โดยในคำบอกเล่าจากปากแบล๊ค เอลค์ ยังรวมถึงวิถีชีวิตอื่น ๆ ในชนผ่าซึ่งสะท้อนภูมิปัญญาที่สำคัญด้วยเช่น การถวายกล้องยาเส้น  ปฐมวัยแห่งชนเผ่า  นิมิตอันยิ่งใหญ่  การล่าควายป่า การทหาร การเลือกคู่ การศึกสงครามกับนายพลสามดาว และบนทางสายมืดดำที่บอกเล่าความทุกข์และการเคี่ยวกรำตัวเอง

“มีเพียงเรื่องราวของชีวิตทั้งมวลเท่านั้นที่ศักดิ์สิทธิ์ และมีค่าควรแก่การเล่าขาน คือเรื่องราวของมวลมนุษย์ สัตว์สองเท้า ซึ่งมีชีวิตร่วมอยู่กับบรรดาสัตว์สี่เท้าและสัตว์ปีกในนภากาศและบรรดาพืชพรรณทั้งมวล ด้วยชีวิตเหล่านี้ต่างก็เป็นบุตรหลานของมารดาผู้เดียวกันทั้งสิ้น และบิดาของเขาก็คือดวงวิญญาณอันยิ่งใหญ่หนึ่งเดียว

เมื่อน้ำหยดแม้เพียงแค่หนึ่งหยดที่กระทบลงเราจงน้อมลงและเงี่ยหูฟังเพื่อทอดทางให้ความเงียบได้ก้าวมายืนอยู่เบื้องหน้ากระทบกับลมหายใจ แล้วเมื่อผู้เฒ่าคนหนึ่งจะมานั่งเล่าและพูดถึงเสียงของลมละอองของหยดน้ำจากเม็ดฝน ฉันก็ปรารถนาว่าเธอจะนั่งลงปล่อยให้โลกอันอึกทึกก้าวล่วงไป แล้วค่อยๆก้าวตามอย่างช้าๆตามโลกด้านในที่กำลังค่อยๆกระซิบให้เธอรู้ว่าเขาคือใคร.”

- บางช่วงตอนจากหนังสือ แบล๊ค เอลค์ พูด

ชีวประวัติ

แบล๊ค เอลค์ หรือ Heȟáka Sápa (Black Elk) เกิดเมื่อเดือนธันวาคม ปี ค.ศ.1863 ท่ามกลางแม่น้ำ Little Powder (ปัจจุบันคือ รัฐไวโอมิง) ในชนเผ่าโอกลาลาลาโกตา หรือเผ่าซู

เมื่ออายุได้ 9 ปี แบล๊ค เอลค์เกิดป่วยกระทันหัน ร่างกายไม่ตอบสนองอยู่หลายวัน วันหนึ่งเทพแห่งสายฟ้าก็ปรากฏตัวให้เห็นในนิมิตของเขาขึ้น แบล๊ค เอลค์ นำเรื่องนี้ไปบอกปู่ ร่างทรงผู้แทนจิตวิญญาณทั้งหกทิศของเผ่าได้แก่ ทิศตะวันตก ทิศตะวันออก ทิศใต้ ทิศเหนือ ทิศบน และทิศล่าง จึงพบว่า จิตวิญญาณเขาเป็นร่างแทนแห่งความดีและความรัก เปี่ยมล้นไปด้วยปัญญาญาณ ดั่งบุคคลที่ควรค่าแก่การเคารพบูชา

จนกระทั่งเขาอายุได้ 17 ปี แบล๊ค เอลค์ บอกกับ แบล๊ค โรด หมอพื้นเมืองประจำเผ่า ถึงนิมิตที่เขาเห็น ทำให้ทั้งแบล๊ค โรด และหมอพื้นเมืองคนอื่น ๆ ต่างพากันประหลาดใจในนิมิตอันยิ่งใหญ่ดังกล่าว

ในปี 1890 แบล๊ค เอลค์ เข้าร่วมขบวนการเมสซีอาร์ เพื่อปลดปล่อยชาวอินเดียนแดงให้เป็นอิสระจากการเป็นทาสของคนขาว ขณะอยู่บนหลังม้า แบล๊ค เอลค์ เข้าต่อต้านทหารและรักษาผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์กวาดล้างสังหารหมู่ชาวอินเดียนแดง ณ มลรัฐเซาท์ดาโกต้า เขาได้รับบาดเจ็บจากกระสุนบริเวณสะโพก ความรุนแรงทบเท่าทวีคูณขึ้นอย่างดูจะไม่มีวันยุติ

ความเจ็บปวดดังกล่าวกลายมาเป็นการประกาศยุติการรบ เพื่อไม่ให้มีใครสูญเสียอีกต่อไป

ปี 1904 แบล๊ค เอลค์ได้รับการขนานนามให้มีชื่อแบบคาทอลิกเป็นครั้งแรก นิโคลัส แบล๊ค เอลค์ เขาเรียนรู้ประสบการณ์หลายต่อหลายอย่างจากนิมิต เพื่อทำงานเป็นผู้รักษาโรคประจำเผ่า ตามอาชีพประจำตระกูล ในมุมมองของแบล๊ค เอลค์ เขาเห็นว่า “เมื่อใดก็ตามที่ผมยืนอยู่ ผมมองเห็นมากกว่าที่ผมสามารถบอกเล่า ยิ่งไปกว่านั้น ผมเข้าใจอย่างลุ่มลึกยิ่งเสียกว่าที่ผมมองเห็น”

แบล๊ค เอลค์ อุทิศชีวิตเพื่อรักษาทั้งร่างกายและจิตวิญญาณของคนในเผ่า ก่อนจะจบชีวิตลงเมื่อวันที่ 19 เดือนสิงหาคม ปี 1950 สิริอายุรวม 86 ณ มลรัฐเซาท์ดาโกตา

เส้นทางชีวิต

ค.ศ. 1863
เกิดที่รัฐไวโอมิง ประเทศสหรัฐอเมริกา

ค.ศ. 1872
ป่วยกระทันหัน และเห็นนิมิตเป็นครั้งแรก

ค.ศ. 1880
แบล็ค เอลค์ เป็นที่รู้จักในฐานะบุคคลศักดิ์สิทธิ

ค.ศ. 1890
เข้าร่วมขบวนการปลดปล่อยอินเดียนแดง ได้รับบาดเจ็บ

ค.ศ. 1904
ทำงานเป็นนักพรต และนักเยียวยาความบาดเจ็บประจำเผ่า

ค.ศ. 1950
เสียชีวิต ณ มลรัฐเซาท์ดาโกตา ประเทศสหรัฐอเมริกา

วาทะ

"บางครั้งฝันก็ฉลาดกว่าตื่น"

"คนผู้ซึ่งมีวิสัยทัศน์ไม่สามารถใช้พลังของเขาได้
จนกระทั่งเขาได้แสดงสัตย์ในวิสัยทัศน์ของเขาต่อโลกและผู้คน"

"สันติภาพจะไม่เกิดในชาติ จนกว่ามันจะเกิดในจิตวิญญาณมนุษย์"

อ่านเพิ่มเติม

แบล๊คเอลค์พูด.ผู้เขียน John G. Neihardt (จอห์น จี. ไนฮาร์ดต์)

พจนา จันทรสันติ แปล

ณ ที่ดวงตะวันฉายแสง ข้าจะไม่สู้รบอีกต่อไป.

วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ แปล
 

 

ดูเพิ่มเติม

Medicine Man - Black Elk's story of The Great Circle

 

Ben Black Elk: A Short Tribute by Kevin P. Miller 

เรียบเรียงโดย

คิมหันต์กุมาร

แบ่งปัน