สมดุลแห่งโลกตะวันออกและตะวันตก

อลัน วัตต์

ชีวประวัติ

นักคิด นักเขียน นักปรัชญาชาวอังกฤษยุคใหม่ ผู้นำแนวคิดปรัชญาตะวันออกเผยแพร่สู่โลกตะวันตก โดยผสานและอ้างอิงหลักทางศาสนาพุทธนิกายเซน กระทั่งเป็นที่นิยมไปทั่วโลก  

"แม้มีชีวิตแสนสั้น แต่ได้ทำในสิ่งที่คุณรักคุณชอบ ก็ยังมีความหมาย และมีคุณค่ากว่าชีวิตที่ยืนยาวแต่กล้ำกลืนฝืนทนทำในสิ่งที่ตนเองไม่รักไม่ชอบ"

อลัน วัตต์ หรือ Alan Wilson Watts เกิดเมื่อวันที่ 6 มกราคม 1915 ณ สหราชอาณาจักรอังกฤษ และย้ายมาอยู่ประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อ ปี ค.ศ. 1938 เพื่อศึกษาศาสนาพุทธนิกายเซนอย่างลุ่มลึก ก่อนจะสำเร็จการศึกษาในด้านเทววิทยา และบวชในปี ค.ศ. 1945 และเข้าร่วมกับสถาบันเอเชียศึกษาแห่งสหรัฐอเมริกา ในอีก 5 ปีต่อมา

ตลอด 10 ปี อลัน วัตต์ ทุ่มเทกับการค้นคว้าศึกษาด้านปรัชญาตะวันออก เพื่อค้นหาตัวตนเป็นเป้าหมายแรก กระทั่งเชี่ยวชาญจนสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้คนมากมายในหนทางแห่งการแสวงหาสัจธรรมแห่งชีวิต

นั่นหมายรวมถึงการนำแนวคิดปรัชญาตะวันออกเผยแพร่สู่โลกตะวันตก โดยผสานและอ้างอิงหลักทางศาสนาพุทธนิกายเซน กระทั่งเป็นที่นิยมไปทั่วโลก แม้อลันจะจากโลกนี้ไปหลายสิบปีแล้ว แต่ผลงานหนังสือ คลิปบรรยาย(ในยูทูป)มากมาย  ที่สะท้อนแนวคิด ปรัชญาชีวิตที่ได้ฝากไว้เป็นสมบัติแก่โลก แก่ผู้คนได้ศึกษาเรียนรู้

แนวคิดปรัชญาของอลัน วัตต์เหมาะอย่างยิ่งกับผู้ที่ยังสับสนในเป้าหมายที่แท้จริงของชีวิต

และผู้ที่ไม่กล้าเดินตามความฝันของตัวเองแม้รู้ทั้งรู้ว่า ชีวิตน่าจะก้าวไปได้ไกลกว่านี้ มีความสุขในการดำเนินชีวิตมากกว่านี้ แต่ก็ไม่กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงใดๆนอกจาก มีชีวิตอยู่อย่างกล้ำกลืนฝืนทนหรือซังกะตายไปวันๆ

สิ่งที่นักศึกษาอังกฤษที่ใกล้หรือเพิ่งสำเร็จการศึกษาหมาดๆ จดจำและประทับใจอลัน วัตต์อย่างยิ่งก็คือ คำบรรยายที่สร้างแรงบันดาลใจ

โดยเขาจะเปิดฉากโดยการยิงคำถามแก่ผู้ฟังว่า

  • ชีวิตของคุณจะเลือกสิ่งใด?       
  • อะไรที่สร้างแรงบันดาลใจให้คุณ ?      
  • ถ้าให้เลือกคุณจะเลือกอยู่ในสถานการณ์แบบใด?

เพราะปัญหาที่เขาพบทุกครั้งเมื่อไปแนะแนวแก่บรรดานักเรียน นักศึกษา (ซึ่งน่าจะเป็นเช่นนี้ทั่วโลก ก็คือ ฉันไม่รู้ว่าจะทำงานอะไรดีหลังจากที่เรียนจบมหาวิทยาลัยแล้ว ?)

อลัน วัตต์ ก็จะถามกลับเพื่อให้ผู้ถามคิดทบทวนเป้าหมายในชีวิตที่แท้ของตน โดยให้ตระหนักว่า "เงิน" ใช่เป้าหมายหลักของตนจริงหรือไม่ หรือแท้แล้ว ตนกำลังค้นหาว่า ตนอยากทำอะไรกันแน่ และจะดำเนินชีวิตอย่างไรจึงจะพึงใจ มีพลัง และมีความสุขอย่างแท้จริง

ซึ่งในครั้งแรกๆเขาจะค่อนข้างตกใจ เมื่อมีนักเรียนนักศึกษามากมายตอบว่า พวกเราอยากเป็นนักเขียน อยากเป็นกวี อยากเป็นศิลปิน อยากใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติ อยากขี่ม้ากลางทุ่งทุกวัน ฯลฯ แต่แทบทุกคนจะบอกว่า มันก็แค่เป็นความฝันที่ยากจะเป็นจริง เพราะคงจะไม่ได้รายได้จากงานเหล่านี้จนพอจะเลี้ยงชีพได้หรอก

เมื่อถึงจุดนี้ อลัน วัตต์จะกล่าวอย่างจริงจังว่า ถ้ามั่นใจว่ารักมันจริง ก็จงลุยไปเลยอย่างสุดๆโดยให้ลืมเรื่องเงินไปก่อน แต่หากเพียงแค่เริ่มทำตามความฝันไม่ทันไรคุณก็ยึด "เงิน" เป็นสรณะแล้ว ก็จงหยุดฝันไปเลย แล้วจงใช้ชีวิตไล่ล่าหาแต่เงินทั้งที่ต้องทำในสิ่งที่ไม่รักและฝืนใจทุกวี่ทุกวัน เพื่อมาพบว่าตนเองได้ทำสิ่งที่ "ไม่ใช่" ตลอดมา และต้องเจ็บใจกับความโง่เขลาของตน ที่เสียทั้งเวลา ทั้งสุขภาพจิต ทั้งโอกาสสารพัดอย่างชนิดเอากลับคืนไม่ได้

"มีชีวิตสั้นแต่ได้ทำสิ่งที่ตนรัก ยังดีกว่ามีชีวิตยืนยาวแต่ฝืนทำสิ่งที่ตนไร้สุขทุกวี่วัน"

ทั้งๆที่ความจริงแล้ว ไม่ว่าคุณจะรักจะชอบทำงานอะไรก็ตาม หากคุณได้ทุ่มเท จดจ่อสิ่งนั้นอย่างกระตือรือร้น จริงจัง คุณก็จะชำนาญจนรู้จริงทั้งในเชิงกว้างและเชิงลึก กระทั่งกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้นวิชานั้นอย่างถ่องแท้ แล้วเมื่อนั้นแหละที่คุณจะมีรายได้ หรือได้ค่าตอบแทนอย่างสมน้ำสมเนื้อทีเดียว

อลัน วัตต์ได้กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า "คุณจะกลายเป็นบุคคลที่โง่มาก ถ้าคุณมัวแต่ก้มหน้าก้มตาฝืนทำสิ่งที่คุณไม่ชอบไม่ใช่  แล้วก็มาสั่งสอนให้บุตรหลานโง่งมโข่งเช่นเดียวกับคุณอีก นั่นหมายถึงการเป็นตัวอย่างแห่งการใช้ชีวิตที่ไร้ความสุข"

เขาได้ให้คำแนะนำการทำงานการใช้ชีวิตอย่างมีพลัง และมีความสุขว่า ควรนำหลักการต่อไปนี้เผยแพร่สู่คนรุ่นใหม่ นั่นคือ

การตอบคำถามให้ได้ว่า........คุณจะเลือกสิ่งใด ?

โดยถามตนเอง จากความรู้สึกข้างในและเชื่อในสัญชาติญาณของตนเอง เชื่อมั่นในหัวใจของตนเองเท่านั้น ที่จะรู้ว่าใช่ หรือไม่ใช่

เมื่อรู้และมั่นใจในคำตอบที่ชัดเจนแล้ว ก็อย่าได้แค่ฝัน หรือพยายามหาข้ออ้างข้อแก้ตัวนานาสารพัด เช่น ฉันแก่แล้ว  ไม่เก่งพอ  ยากเกินไป  กลัวไม่พอกิน  ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน  ฯลฯ

ขอให้ละทิ้งสิ่งเหล่านี้ไปให้สิ้น แล้วเริ่มต้นทันที เช่น เริ่มลงมือศึกษาหาความรู้ เริ่มต้นปฏิบัติงานจากง่ายไปสู่ยาก ทำทุกวันอย่างมุ่งมั่นจดจ่อ ไม่ท้อถอย ไม่ใช้เวลาอย่างไร้ค่า เปล่าประโยชน์ อย่างไม่ตรงไม่เอื้อกับเป้าหมายที่ตั้งไว้

อดทนฝ่าฟันมุ่งมั่น แล้วความสำเร็จของคุณจะค่อยๆก่อตัวขึ้น ชัดเจนขึ้น ความรู้ความเชี่ยวชาญคุณจะเก็บเกี่ยวไปตลอดทางแห่งความพยายาม โดยคุณจะมีความปิติสุขระหว่างการเดินทางเพื่อสู่จุดหมาย

วัตต์จากไปอย่างสงบเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 1973 และทิ้งมรดกทางจิตวิญญาณมากมายเหลือไว้ให้คนรุ่นต่อ ๆ ไป

เส้นทางชีวิต

ค.ศ. 1915
เกิด ณ ประเทศอังกฤษ

ค.ศ. 1938
ย้ายมาอยู่ประเทศสหรัฐอเมริกา

ค.ศ. 1945
ศึกษานิกายเซน และเทววิทยาอย่างเคร่งครัด

ค.ศ. 1950
เข้าร่วมกับสถาบันเอเชียศึกษาแห่งสหรัฐอเมริกา

ค.ศ. 1957
เขียนหนังสือเรื่อง The Way of Zen หนึ่งในหนังสือพุทธศาสนาที่ขายดีที่สุด

ค.ศ. 1961
เขียนหนังสือเรื่อง Psychotherapy East and West

ค.ศ. 1973
มรณกรรม ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา

วาทะ

"มีชีวิตสั้นแต่ได้ทำสิ่งที่ตนรัก ยังดีกว่ามีชีวิตยืนยาวแต่ฝืนทำสิ่งที่ตนไร้สุขทุกวี่วัน"

"ถามตนเอง จากความรู้สึกข้างในและเชื่อในสัญชาติญาณของตนเอง เชื่อมั่นในหัวใจของตนเองเท่านั้น ที่จะรู้ว่าใช่ หรือไม่ใช่"

"ไม่ว่าคุณจะรักจะชอบทำงานอะไรก็ตาม หากคุณได้ทุ่มเท จดจ่อสิ่งนั้นอย่างกระตือรือร้น จริงจัง คุณก็จะชำนาญจนรู้จริงทั้งในเชิงกว้างและเชิงลึก กระทั่งกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้นวิชานั้นอย่างถ่องแท้ แล้วเมื่อนั้นแหละที่คุณจะมีรายได้ หรือได้ค่าตอบแทนอย่างสมน้ำสมเนื้อทีเดียว"

ดูเพิ่มเติม

The Real You - Alan Watts


Alan Watts - How To Attract What You Love


The Mind - Alan Watts


Alan Watts - Don't Try

เรียบเรียงโดย

ประจวบ ผลิตผลการพิมพ์

แบ่งปัน