พระเจ้า ความงาม ความรัก

ศรีมา อนันดามายี

คำสอน

“พระเจ้าองค์หนึ่งสถิตอยู่ทุกผู้คน ทุกที่ ทุกขณะ ท่านมีนามว่า ความรัก”

“เมื่อท่านรักร่างกายของท่านเอง ก็จงนับถือผู้ซึ่งรักร่างกายของเขาเองเช่นเดียวกับท่าน เมื่อนั้นแล้วประสบการณ์จะสอนให้ท่านเข้าใจว่า เราสามารถดำรงอยู่โดยไม่จำต้องตัดสินสิ่งใด ๆ ไม่ต้องเรียกสิ่งใด ๆ ด้วยชื่อเรียกซึ่งท่านเป็นคนกำหนด หากแต่เรียกด้วยชื่อที่แท้จริงของมันเอง ทุกสรรพสิ่งล้วนเกิดขึ้นและตอบแทนสรรพสิ่งนั้น ๆ เอง”

- Anandamayi Ma, Ananda Varta Quarterly

อนันดามายีไม่เคยเตรียมสคริปต์เพื่อปาฐกถา หรือเขียนร่างเมื่อต้องพูดต่อหน้าสาธารณชน คำสอนหลัก ๆ ของอนันดามายีมักเน้นไปที่เรื่องของการ “เดิมตามเสียงเรียกจากภายในของมนุษย์ทุกผู้นาม คือความปรารถนาสูงสุดของการมีชีวิต ภาระผูกพัน หน้าที่จำเป็นอื่น ๆ เป็นเรื่องรอง” และเชื่อว่า “มีเพียงแต่การกระทำของมนุษย์เท่านั้นที่มีความหมาย โดยไม่จำต้องใส่ใจว่าผู้คนเรียกการกระทำนั้นด้วยคำว่าอะไร”

ตลอดการเผยแพร่คำสอน เธอไม่เคยขอให้ใครเชื่อหรือปฏิบัติตาม ด้วยเชื่อว่า แต่ละคนมีวิธีที่จะเรียนรู้ตามแต่มุมมองที่เหมาะสมของตนเอง เธอเชื่อว่า ไม่มีการเริ่มต้นใดที่เหมือนกัน ไม่มีใครสามารถลอกเลียนวิถีของผู้อื่นเพื่อค้นพบตัวตนที่แท้ภายในตัวเองได้ เธอยังปฏิเสธที่จะให้ผู้อื่นเรียกเธอว่า ‘คุรุ’

“ทุกเส้นทางเป็นหนทางของฉัน ฉันไม่มีและไม่เคยมีหนทางที่ดีที่สุด"

เธอไม่สนับสนุนการใช้หนทางเดียว หรือการมีแบบอย่าง “ไม่มีวิธีใดดีเด่นที่สุดสำหรับทุกคนแน่นอน และเท่าที่มีอยู่ก็ไม่ได้แปบว่าจะหาดีกว่านี้อีกไม่ได้แล้ว นั้นเป็นเหตุผลว่า ทำไมจึงมีศาสนา นิกาย และความเชื่อที่แตกต่างกันจำนวนมาก เพราะทุกคนมีธรรมชาติที่แตกต่างกันออกไป" นอกจากนี้อนันดามายียังให้ความสำคัญกับการปฏิบัติที่หลากหลายรูปแบบ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงความเชื่อใดความเชื่อหนึ่ง เธอเชื่อว่า แม้แต่ตัวเธอเองก็มีขีดจำกัดในการเรียนรู้เช่นเดียวกับมนุษย์ปุถุชนทั่วไป จึงไม่ใช่เรื่องผิดหากเราเลือกจะเชื่อบางหนทางที่เหมาะกับตัวเรา โดยต้องไม่ลืมว่า คนอื่น ๆ ก็สามารถเลือกจะเชื่ออีกหลายหนทางที่เหมาะสมกับธรรมชาติของเขาเช่นกัน

ความเชื่อในความหลากหลายแห่งการเรียนรู้นี้ เป็นเหตุให้ผู้นำทางความคิดจำนวนมากจากหลายสำนัก ไม่ว่าจะเป็น Shaivaite, Tantric, Vaishnav หรือจากศาสนาอิสลาม คริสต์ โซโรอัสเตอร์ สามารถเรียนรู้ แลกเปลี่ยน และปฏิสัมพันธ์กับเธอได้อย่างกัลยาณมิตร ทุกคนได้รับการต้อนรับและปฏิบัติอย่างเท่าเทียม และเรียบง่าย งานทั้งหมดของเธอจึงเป็นไปเพื่อการอุทิศชีวิตให้กับการดำรงอยู่ร่วมกับความแตกต่าง แม้แต่ชาวมุสลิมจำนวนไม่น้อยก็ยังเรียกเธอว่า “แม่ของเราเอง"

เธอมักสอนว่า พระเจ้าที่สำคัญที่สุดผู้เป็นศูนย์กลางแห่งโลกและจักรวาล พระเจ้าองค์นั้นอยู่ในตัวเราเอง นอกจากนี้เธอยังสนับสนุนความเท่าเทียมของผู้หญิงในการเข้าถึงหนทางแห่งการหลุดพ้น เธอยังเปลี่ยนรูปแบบการทำพิธีกรรมศักดิ์สิทธิต่าง ๆ ที่ทำโดยผู้ชายมานานนับศตวรรษ ให้ผู้หญิงสามารถเข้าถึงได้ นอกจากนี้รูปแบบการสอนของอนันดามายียังแฝงด้วยอารมณ์ขัน เสียงเพลง คำแนะนำในการใช้ชีวิตประจำวัน พร้อมกับปาฐกถา การทำสมาธิ และการอ่านพระคัมภีร์

ชีวประวัติ

ศรีมา อนันดามายี หรือ Sri Anandamayi Ma เป็นหนึ่งในผู้นำทางจิตวิญญาณที่มีอิทธิพลมากที่สุดในศตวรรษที่ 20 (1896-1982) ตลอดชีวิตการเผยแพร่คำสอนของเธอได้บำเพ็ญประโยชน์เพื่อคนทุกหมู่เหล่าตั้งแต่นายกรัฐมนตรี นักบวชมีชื่อเสียง ตลอดจนชาวบ้าน ชนชั้นล่าง และผู้คนจากดินแดนห่างไกลด้วยรูปแบบการสอนของอนันดามายีที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น เต็มเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจ อารมณ์ขัน เสียงหัวเราะ และเปี่ยมล้นด้วยพลัง เธอได้กลายเป็นแรงผลักดันให้ใครหลายต่อหลายคนก้าวเข้ามาสู่หนทางแห่งจิตวิญญาณจวบจนปัจจุบัน

อนันดามายี เกิดเมื่อวันที่ 30 เมษายน ปี ค.ศ. 1896 ในเมือง Kheora แถบตะวันออกของเบงกอล ซึ่งปัจจุบันคือประเทศบังกลาเทศ เมื่อแรกเกิดเธอได้สร้างความอัศจรรย์ใจให้ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ เพราะแทนที่จะเปล่งเสียงร้องเช่นทารกแรกเกิดทั่วไป ทว่ากลับเงียบสงบ และเป็นบรรยากาศแห่งความกระจ่างใสสร้างความประหลาดใจและการจดจำให้พ่อแม่ของเธอนับแต่บัดนั้น

เธอได้ชื่อว่า Nirmala Sundari Devi อันมีความหมายว่า “เทพธิดาแห่งความงามอันสมบูรณ์แบบ” เธอได้รับการศึกษาในโรงเรียนสำหรับเด็กผู้หญิง เธอเริ่มสนใจวิถีแห่งธรรมะ สุนทรียะ ความงาม และการเข้าถึงสภาวะแห่งธรรมชาติตั้งแต่เป็นวัยรุ่นตอนต้น นอกเหนือไปจากการเรียนรู้ในโรงเรียน เธอยังมีความสามารถด้านหัตถกรรม การบ้านการเรือน การทำครัว

อนันดามายีแต่งงานตั้งแต่เธออายุได้ 13 ปี จนกระทั่งเมื่อเธออายุได้ 18 ปี เธอได้ตามสามีไปยังชนบท ณ ที่แห่งนั้นเอง อนันดามายีได้ฝึกฝนการปฏิบัติ บำเพ็ญภาวนา และเริ่มศึกษาในวิถีแห่งจิตวิญญาณอย่างจริงจัง โดยไม่มีคุรุใด ๆ เป็นผู้สอน เธอศึกษาด้วยตนเอง

ในปี 1922 เมื่ออนันดามายีอายุได้ 26 ปี เธอก็เข้าสู่หนทางแห่งจิตวิญญาณ และตั้งจิตอุทิศชีวิตเพื่อมวลมนุษย์

ปี 1932 อนันดามายี ตัดสินใจย้ายออกจากประเทศบังกลาเทศมาอยู่ที่ประเทศอินเดีย โดยมีศิษยานุศิษย์ผู้ศรัทธาให้การต้อนรับอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง เธอกลายเป็นที่รู้จักของคนอีกจำนวนมาก ด้วยคำสอนและรูปแบบการเผยแพร่คำสอนของเธอ รวมถึงกิจกรรมทางจิตวิญญาณต่าง ๆ อนันดามายีเป็นที่เคารพรักของคนทุกสถานะตั้งแต่นายกรัฐมนตรีเนรูห์ และอินทิรา คานธี รวมถึงมหาตมะ คานธี และนักบุญจากแว่นแคว้นต่าง ๆ จำนวนมาก

อนันดามายีจากไปอย่างสงบในปี 1982 ในเมืองเดห์ราดูน อันเป็นเมืองหลวงของรัฐอุตตรขัณฑ์ ห่างจากกรุงนิวเดลีไป 230 กิโลเมตรทางเหนือ ภายในอาศรมของเธอเอง คำสอนและเรื่องราวของอนันดามายียังคงขจรไกลและส่องแสงให้กับคนทั่วโลก

เส้นทางชีวิต

ค.ศ. 1896
เกิดที่เมือง Kheora แถบตะวันออกของเบงกอล

ค.ศ. 1909
แต่งงาน กับ Ramani Mohan Chakrabarti

ค.ศ. 1914
เริ่มศึกษาหนทางแห่งธรรม

ค.ศ. 1922
เริ่มอุทิศชีวิตเพื่อมวลมนุษย์

ค.ศ. 1932
ย้ายมาตั้งอาศรมที่ประเทศอินเดีย

ค.ศ. 1982
ถึงแก่กรรม ณ เมืองเดห์ราดูน ประเทศอินเดีย

ดูเพิ่มเติม

Sri Anandamayi Ma singing in 1958

 

Documentary on the life of Sri Sri Anandamayi Ma

เรียบเรียงโดย

คิมหันต์กุมาร

แบ่งปัน